ผลงานพัฒนาวัด

วัดศีรษะกระบือ ถูกปล่อยให้รกร้างอยู่ประมาณ ๓๐ ปี สภาพวัดก่อนที่พระครูวิบูลพัฒนกิตติ์จะมารับตำแหน่งนั้น ชำรุดทรุดโทรมเป็นอันมาก เงินกองทุนวัดนี้ก็มีอยู่น้อย แทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ นอกจ้างนั้นยังมีหนี้สินที่เป็นภาระค้างไว้มิใช่น้อยจึงจำเป็นที่ท่านพระครู จะต้องสะสางเรื่องเก่าค้างให้เสร็จสินเสียก่อน
จากปฏิปทาที่ดีงาม สมกับเป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้พุทธบริษัททั้งในย่านหัวกระบือและรอบนอกเลื่อมใสศรัทธา จนสามารถหาเงินมาบำรุงวัด และปลดหนี้สินต่าง ๆ ที่มีอยู่เดิมลงได้หมดสิ้น
ตลอดระยะเวลานับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาสพระครูวิบูลพัฒนกิตติ์ทุ่มเทความคิดกำลังกาย กำลังทรัพย์ของท่าน พัฒนาวัดด้วยการจัดสร้างกุฏิเป็นรูปทรงไทยขึ้นใหม่ ๑๘ หลัง โดยได้จัดซื้อที่ดินเพิ่มอีก ๒๐ ไร่เศษ นอกจากนั้นได้รวมกำลังทั้งพระเณรและญาติโยม ตัดถนนแยกจากถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล(ซึ่งตัดแยกมาจากถนนธนบุรี-ปากท่อ กม. ๗) เข้าสู่วัด....จัดสร้างศาลาการเปรียญจัตุรมุข...ซ่อมสร้างอุโบสถและจัดสร้างศาลาธรรมสังเวช(เมรุ) ขึ้นใหม่ พร้อมกันนั้นก็ทำการปรับปรุงกุฏิเก่า โรงครัว ปรับพื้นที่จัดโดยการถมและจัดทำเขื่อน เพื่อมิให้น้ำท่วมวัดได้ การปรับปรุงพื้นที่วัดนี้กระทำกันอย่างต่อเนื่องโดยมิได้ทิ้งหรือเว้นช่วงแต่อย่างใด
กล่าวได้ว่า พระครูวิบูลพัฒนกิตติ์นำความเจริญมาสู่วัดและหมู่บ้านหัวกระบืออย่างแท้จริง เพราะสภาพก่อนท่านจะมานั้น การสัญจรใช้ทางน้ำเป็นสำคัญ ไม่มีไฟฟ้าและประปา ต่อเมื่อท่านดำเนินงานอย่างแท้จริงแล้ว วัดและชาวบ้านจึงได้มีถนนไฟฟ้า ใช้กัน สำหรับอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิ เมรุ ห้องน้ำ ห้องส้วม ชำรุดทรุดโทรมจนแทบจะใช้ประกอบกิจทางศาสนาไม่ได้ ซึ่งท่านอีกนั่นแหละที่เป็นผู้คิดอ่าน และจัดทำจนสำเร็จลุล่วงจนเสร็จแล้ว พร้อมที่จะใช้ประกอบกิจทางศาสนาได้อีกนานเท่านาน
การจัดสร้างถาวรวัตถุที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ โรงเรียนพระปริยัติธรรมซึ่งสำเร็จเรียบร้อยแล้ว พระภิกษุสามเณรสามารถศึกษาฝึกฝน และค้นคว้าหลักธรรมให้แตกฉานได้ โดยไม่ต้องขึ้นรถลงเรือไปศึกษาที่อื่นเหมือนแต่ก่อน นอกจากนั้นแล้ว ยังริเริ่มและชักนำญาติโยม ร่วมกันก่อตั้ง มูลนิธิการศึกษาให้แก่โรงเรียนเทศบาลวัดหัวกระบือ และ มูลนิธิของวัด
ผลงานที่ประทับใจญาติโยม ตลอดจนสาธุชนที่ได้มีโอกาสมากราบนมัสการหลวงพ่อ และได้รับความร่วมมือมาโดยตลอด ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้กระทำมาอย่างต่อเนื่อง เช่น เปิดศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน(กศน.) เพื่อสนับสนุนการศึกษาเล่าเรียนของเยาวชนในเขตใกล้เคียง เปิดศูนย์วิทยุชมชนเขตบางขุนเทียน เพื่อเป็นสาระ,ประโยชน์,ข่าวสาร แก่ประชาชนทั่วไปในเขตบางขุนเทียนและบริเวณใกล้เคียง ตลอดจนถึงเปิดศูนย์การเรียนรู้ แผนกสมุนไพร,และนวดแผนโบราณแต่ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้จัดตลอดมาเป็นประจำทุกปีในวันคล้ายวันเกิดของท่านคือ การจัดอุปสมบทหมู่ จัดเป็นประจำทุกๆปี 
จากผลงานทางด้านการพัฒนาวัดดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นทำให้หน่วยงานราชการและสถาบันต่าง ๆ ได้เล็งเห็นคุณความดีของท่านจึงได้มอบใบประกาศเกียรติคุณไว้เป็นที่ระลึก เช่น
ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ วารสารผู้นำเพื่อสังคมได้มอบประกาศเกียรติคุณรางวัล Grand Honour Awad ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เขตบางขุนเทียนได้มอบรางวัล หน้าบ้านน่ามอง เป็นต้น
พระครูวิบูลพัฒนกิตติ์เป็นพระนักพัฒนาที่ควรค่าแก่การสรรเสริญ ท่านสละความสุข สละทรัพย์ของท่าน พัฒนาวัดพัฒนาพระลูกวัดจนเป็นที่ยอมรับของญาติโยมทั่วไป ๓๖ ปีที่ท่านเข้ามารับตำแหน่ง (พ.ศ. ๒๕๑๖ – ปัจจุบัน) ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่าวัดศีรษะกระบือ เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด และในทางที่ดีหรือไม่ จึงแทบจะกล่าวได้ว่า พระครูวิบูลพัฒนกิตติ์ถูกส่งให้มาเกิดเป็นเจ้าอาวาสของวัดศีรษะกระบืออย่าง แท้จริง

แก้ไขล่าสุด (วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2010 เวลา 16:43 น.)


