• เกี่ยวกับเรา
  • กิจกรรม
  • ข่าวสาร

สารบัญ
  • หน้าหลัก
  • ประวัติวัด
  • ประวัติหลวงพ่อโต
  • ประวัติเจ้าอาวาส
  • ประวัติสมุดข่อย
  • ผลงานพัฒนาวัด
  • พระภิกษุสงฆ์
  • วัตถุมงคล
  • โค-กระบือ
  • พิพิธภัณฑ์รถโบราณ
  • วิทยุชุมชนวัดหัวกระบือ
  • นวดสมุนไพรแผนโบราณ
  • การเดินทาง
พุทธประวัติ
  • แผนที่ชมพูทวีป
  • ประสูติ
  • เทวทูตทั้ง๔
  • ทอดพระเนตรพระราหู
  • ตัดพระเมาลี
  • นางสุชาดาถวายข้าว
  • มหาบุรุษเสี่ยงทาย
  • ชนะมาร
  • ทรงตรัสรู้
  • ธิดามาร
  • แสดงธรรมพระพรหม
  • ดอดบัว ๔ เหล่า
  • ปฐมเทศนา
  • ประชุมพระอรหันต์
  • โปรดพุทธมารดา
  • เสด็จปรินิพพาน
ประวัติวันสำคัญ
  • วันมาฆาบูชา
  • วันวิสาขบูขา
  • วันอัฏฐมีบูชา
  • วันอาสาฬหบูชา
  • วันเข้าพรรษา
  • วันออกพรรษา
  • วันโกนวันพระ
Home โค-กระบือ

PostHeaderIcon โค-กระบือ

วันพุธที่ 20 มกราคม 2010 เวลา 16:19 น. | เขียนโดย Administrator | PDF พิมพ์ อีเมล

โค-กระบือ สัตว์ที่มีคุณค่า

 

กระบือหรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า "ควาย" เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ อีกทั้งเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อชีวิตของชาวไร่ชาวนาในชนบทเป็นอย่างยิ่งในระบบการเกษตร ยังมีชาวไร่ชาวนาอีกเป็นจำนวนมากที่อาศัยแรงงานจากควายในการทำไร่ไถนา และอื่น ๆ มูลใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดินใส่ต้นไม้ได้เป็นอย่างดี ในด้านเศรษฐกิจควายมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะยามขาดแคลนน้ำมัน หลังหมดอายุการใช้งานแล้วยังขายได้เงินอีกด้วย เนื้อที่ขายตามท้องตลาดประมาณครึ่งหนึ่งเป็นเป้าหมาย และยังเป็นสินค้าส่งออกอีกด้วย ในปัจจุบันเครื่องมือการเกษตรเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ควายยิ่งถูกทอดทิ้งทุกขณะ ทำให้จำนวนควายลดน้อยลง ควายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเกษตรของเกษตรกร ชาวไร่ชาวนาในชนบทซึ่งส่วนใหญ่จะทำการเกษตรแบบระบบเกษตรรวม มีการปลูกพืชเป็นหลัก ชาวนาชาวไร่จะเลี้ยงวัวควายไว้ใช้งานและอื่น ๆ ซึ่งประโยชน์ของควายมีอีกหลายประการ ดังนี้
-ให้แรงงานสำหรับเกษตรกร ตามส่วน
-ช่วยผ่อนคลายปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงสำหรับการเกษตร
-ให้ผลผลิตคือ เนื้อ นม กระดูก หนัง ฯลฯ เพื่อใช้ภายในประเทศและต่างประเทศ
-มีส่วนช่วยให้ระบบการเกษตรของเกษตรกรไทยมีประสิทธิภาพ เช่น ใช้ฟาง หญ้า และเศษพืชอื่น ๆ ที่มีอยู่ในไร่นาให้เกิดประโยชน์ เป็นผลให้เกิดระบบเกษตรผสมผสานซึ่งมีความมั่นคงถาวรมากกว่า
-เป็นทุนประกันในยามเกิดสภาวะวิปริต เช่น ฝนแล้ง น้ำท่วม หรือในยามจำเป็นต้องใช้เงินมาก ๆ
-ได้มูลใช้เป็นปุ๋ยในไร่นา ในสภาวะที่ปุ๋ยเคมีมีราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ ชาวไร่ชาวนาหันมาใช้มูลวัวควายมากขึ้น บางรายอาจมีการหมักมูลเพื่อใช้ในการหุงต้ม
-การเลี้ยงวัวควายเป็นงานของเด็กและคนชรา ทำให้แรงงานที่ว่างในครัวเรือนได้ทำงานมีผลผลิต ไม่สูญเปล่า ไม่เกิดปัญหาทางด้านจิตใจแก่สมาชิกในครอบครัวที่มีฐานภาพต่างกัน นอกจากนั้น คนที่ว่างงานจากการเพาะปลูกก็ได้มีงานทำ
-มีรายได้เสริมจากการขายมูลสัตว์ ลูกที่เกิดใหม่หรือสัตว์ที่ปลดระวางแล้ว
พันธุ์ควาย ควายในโลกที่มีอยู่ประมาณ 130 ล้านตัว ประมาณร้อยละ 97.5 อยู่ในแถบประเทศเอเชีย จึงได้ชื่อว่าสัตว์เอเชีย อย่างไรก็ตามในหลายประเทศในทวีปอื่น ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา บราซิล รัสเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น ก็มีการเลี้ยงควาย

ควาย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า (Bubalus bubalis) แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
ก. ควายแม่น้ำ บางครั้งเรียกควายแขก เพราะเลี้ยงมากในประเทศอินเดีย ปากีสถานจัดว่าเป็นควายนม แต่ก็ใช้งานได้ให้เนื้อก็ดี ชอบนอนในน้ำลึก น้ำใสหรือในแม่น้ำ ควายประเภทนี้ในประเทศไทยมีอยู่เพียงพันธุ์เดียว คือ พันธุ์มูร์ราห์
ข. ควายปลัก เป็นควายที่เลี้ยงมากในประเทศจีนตอนใต้ ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย ควายไทยจัดเป็นประเภทควายปลักเลี้ยงไว้เพื่อใช้งาน ใช้เนื้อบริโภคกันทั่วไป คนนิยมพอ ๆ กับเนื้อวัว ให้นมบ้างวันละ 1-3 ลิตร ควายปลักชอบนอนในปลักโคลนอันเป็นหลุมดินเละ ๆ เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้แล้วเวลาอากาศร้อนชอบลงลอยคอในคูคลองน้ำลึก
พืชอาหารสัตว์ ได้แก่ พืชประเภทหญ้าและถั่วเป็นส่วนใหญ่ที่ปลูกไว้เป็นอาหารสัตว์ เช่น หญ้าขน หญ้ากินี หญ้าเนเปียร์ หญ้าแพรก และหญ้าอื่น ๆ อีกบางชนิด ตลอดจนหญ้าพื้นเมือง พืชจำพวกถั่ว ได้แก่ ถั่วฮามาต้า ถั่วชีราโตร ถั่วเซ็นโตรซีมา ถั่วลิสงนา ถั่วผี เป็นต้น นอกจากพืชอาหารสัตว์โดยเฉพาะแล้ว พืชพื้นบ้านชนิดต่าง ๆ ที่ขึ้นอยู่ทั่ว ๆ ไปตามคันนา หัวไร่ปลายนา ที่รกร้าง ป่าสงวน ทุ่งเลี้ยงสัตว์สาธารณะก็ใช้เลี้ยงควายได้ ผักตบชวา ต้นหญ้าน้ำชนิดต่าง ๆ แม้แต่ใบสาบเสือ ควายก็กินได้ในยามขาดแคลนจริง ๆ

ควายนั้นเป็นสัตว์ที่ท่านคงทั้งหลายคงลืมคุณค่าของสัตว์ชนิดนี้ไป ทางวัดหัวกระบือนั้นได้รับบริจาคปัจจัยจากท่านสาธุชนที่มีจิตใจที่เป็นกุศล เพื่อนำไปไถ่ชีวิต โค-กระบือออกจากโรงฆ่าสัตว์เพื่อนำมาเลี้ยงไว้ที่วัดหัวกระบือ โดยทางวัดหัวกระบือจะเลี้ยงไว้ และจะทำการแจกให้แก่เกษตรกร เพื่อนำไปใช้ในการเกษตรต่อไป เพื่อให้โค-กระบือ ไม่สูญพันธ์ไปจากความทรงของคนไทยและประชาชนโลก


แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2010 เวลา 11:50 น.)

 

Copyright © 2009-2010.
All Rights Reserved.
วัดหัวกระบือ (ศีรษะกระบือ)เลขที่ ๓ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ๑๐๑๕๐
โทร ๐๒-๘๙๗-๔๗๘๙ ,๐๒-๔๑๕-๐๕๓๒

วัดหัวกระบือ.คอม  สร้างสรรค์โดย กองงานเลขานุการ วัดหัวกระบือ