• เกี่ยวกับเรา
  • กิจกรรม
  • ข่าวสาร

สารบัญ
  • หน้าหลัก
  • ประวัติวัด
  • ประวัติหลวงพ่อโต
  • ประวัติเจ้าอาวาส
  • ประวัติสมุดข่อย
  • ผลงานพัฒนาวัด
  • พระภิกษุสงฆ์
  • วัตถุมงคล
  • โค-กระบือ
  • พิพิธภัณฑ์รถโบราณ
  • วิทยุชุมชนวัดหัวกระบือ
  • นวดสมุนไพรแผนโบราณ
  • การเดินทาง
พุทธประวัติ
  • แผนที่ชมพูทวีป
  • ประสูติ
  • เทวทูตทั้ง๔
  • ทอดพระเนตรพระราหู
  • ตัดพระเมาลี
  • นางสุชาดาถวายข้าว
  • มหาบุรุษเสี่ยงทาย
  • ชนะมาร
  • ทรงตรัสรู้
  • ธิดามาร
  • แสดงธรรมพระพรหม
  • ดอดบัว ๔ เหล่า
  • ปฐมเทศนา
  • ประชุมพระอรหันต์
  • โปรดพุทธมารดา
  • เสด็จปรินิพพาน
ประวัติวันสำคัญ
  • วันมาฆาบูชา
  • วันวิสาขบูขา
  • วันอัฏฐมีบูชา
  • วันอาสาฬหบูชา
  • วันเข้าพรรษา
  • วันออกพรรษา
  • วันโกนวันพระ
Home วันวิสาขบูขา

PostHeaderIcon วันวิสาขบูขา

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2010 เวลา 11:47 น. | เขียนโดย Administrator | PDF พิมพ์ อีเมล



วันวิสาขบูชา

ตรงกรับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือราวเดือนพฤษภาคม แต่หากตรงกับปีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน วันวิสาขบูชาจะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 7 หรือ ราวเดือนมิถุนายน


วิสาขบูชา ย่อมาจากคำว่า "วิสาขปุรณมีบูชา" แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือน วิสาขะ (คือเดือน 6) ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 3 ประการในวันวิสาขบูชา ดังนี้

1. เป็นวันประสูติ ของเจ้าชายสิทธัตถะ ณ สวนลุมพินีวันอันอยู่ระหว่าง กรุงกบิลพัสดุ์ กับกรุงเทวทหะ แคว้นสักกะ เมื่อเช้าวันศุกร์ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ซึ่งต่อมาพระองค์ได้ออกบวชจนบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ (ญาณอันประเสริฐสูงสุด) เป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าฯ จึงถือว่าวันนี้เป็นวันประสูติของพระพุทธเจ้า

2. เป็นวันตรัสรู้ ของพระพุทธเจ้า ณ ร่มพระศรีมหาโพธิบัลลังก์ ริมฝั่งแม่น้ำน้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ ในตอนเช้ามืดของวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกาก่อนพุทธศักราช 45 ปี

3. เป็นวันปรินิพพาน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ร่มไม้รัง (ต้นสาละ) คู่ ในสาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ใกล้เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ เมื่อวันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เพ็ญเดือน 6 ปี มะเส็ง รวมสิริมายุได้ 80 พรรษา ก่อนพุทธศักราช 1 ปี


ธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ คือ อริยสัจ 4 หรือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ได้แก่

1.ทุกข์ คือ ความลำบาก ความไม่สบายกายไม่สบายใจ

2.สมุทัย คือ เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์

3.นิโรธ คือ ความดับทุกข์ และ

4.มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งทุกข์

ทั้ง 4 ข้อนี้ถือเป็นสัจธรรม เรียกว่า อริยสัจ เพราะเป็นสิ่งที่พระอริยเจ้าทรงค้นพบเป็นสัจธรรมชั้นสูงประเสร็จว่าสัจธรรมสามัญทั่วไป


วันวิสาขบูชา จึงนับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน เป็นวันที่มีการทำพิธีพุทธบูชา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระคุณของพระองค์ที่มีต่อปวงมนุษย์และสรรพสัตว์อันหาที่สุดมิได้


การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา

จุดมุ่งหมายในการประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา เพื่อรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณ พระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ อีกทั้งเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ทั้ง 3 ประการที่มาบังเกิดในวันเดียวกัน และเพื่อให้เปล่าพุทธศานิกชนได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้ความเป็นไปเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ


ประวัติความเป็นมา ของการประกอบพิธีทางศาสนาในวันวิสาขบูชา

การประกอบพิธีในวันสำคัญนี้ ได้มีการปฏิบัติสืบต่อกันมา ในชมพูทวีปหรือประเทศอินเดียดินแดนที่เกิดแห่งพระพุทธศาสนาเป็นเวลาช้านาน และเมื่อพระพุทธศาสนาแพร่หลายเข้ามาในเมืองไทยและประเทศศรีลังกา ก็ได้มีการถือปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับในประเทศไทย มีการประกอบพิธีในวันวิสาขบูชามานับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี น่าเสียดายที่ในสมัยอยุธยาและกรุงธนบุรีไม่มีหลักฐานว่าได้มีการประกอบพิธีในวันสำคัญนี้หรือไม่ ในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน อันเป็นพระราชนิพนธ์ของพระพุทธบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้กล่าวว่าการประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา มีการฟื้นฟูขึ้นใหม่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อปีฉลู พ.ศ.2360 ในสมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชมี ได้ถวายพระพรให้ทรงทำพระราชกุศลเนื่องในวันวิสาขบูชานี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ในครั้งนั้นได้มีประกาศพระราชพิธีกำหนดการประกอบพิธีวิสาขบูชา โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศล้านภาลัย ทรงรักษาศีลอุโบสถ (ศีล 8) เป็นเวลา 3 วัน ห้ามไม่ให้มีการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตแลดื่มสุรายาเมาเป็นเวลา 3 วัน มีการประดับประทีปโคมไฟ จัดดอกไม้ธูปเทียนเป็นเครื่องสักการบูชา พร้อมจุดดอกไม้เฉลิมฉลองสมโภช เป็นเวลา 3 วัน

นอกจากนั้น ยังมีการจัดพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถหรือปูชนียสถาน 3 วัน และมีพระธรรมเทศนาและถวายไทยธรรมตลอด 3 วัน ประชาชนพากันรักษาศีลปฏิบัติธรรม ทำบุญตักบาตรให้ทานแก่คนยากคนจน ปล่อยสัตว์ ประดับประทีปโคมไฟตามบ้านเรือน


การรับสลากภัต

เมื่อวัดใดจะจัดให้มีการทำบุญถวายสลากภัต ทายกผู้เป็นหัวหน้าก็จะกำหนดวัดและหาเจ้าภาพด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ทำใบปิดไปปิดไว้ หรือไปประกาศป่าวร้องหาเจ้าภาพร่วม ผู้ใดต้องการเป็นเจ้าภาพก็แจ้งชื่อไว้ ครั้นถึงวันกำหนดก็ทำข้าวปลาอาหารไปที่วัดหรือสถานที่กำหนด

ทายกผู้เป็นหัวหน้า จะนำเบอร์มาติดที่สำรับกับข้าวของเจ้าภาพแต่ละราย แล้วเขียนเบอร์ให้พระจับ พระจับได้เบอร์อะไรของเจ้าภาพคนไหน ก็ไปฉันสำรับกับข้าวที่เจ้าภาพนำมา ส่วนใหญ่จะเตรียมไว้พอดีกันระหว่างเจ้าภาพและพระที่นิมนต์มา ซึ่งมักจัดเป็นงานใหญ่นิมนต์พระมาจากหลายวัดและมีหลายเจ้าภาพ

ข้อสำคัญในการทำบุญสลากภัตก็คือ เป็นการถวายทานแบบสังฆทาน คือ ไม่เจาะจงตัวผู้รับ เมื่อพระองค์ได้นับได้เบอร์ของเจ้าภาพ เจ้าภาพไม่ควรแสดงความยินดีร้ายในผู้รับ ครั้นจัดเจ้าภาพและพระไว้เรียบร้อยแล้ว จะมีการกล่าวนำถวาย เมื่อพระฉันเสร็จแล้วก็จะอนุโมทนาและให้พร เจ้าภาพก็กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล

สำหรับอาหารที่จัดเตรียมไปนั้น ก็เหมือนกับการจัดเตรียมสำหรับไปทำบุญโดยทั่วไป

แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2010 เวลา 12:02 น.)

 

Copyright © 2009-2010.
All Rights Reserved.
วัดหัวกระบือ (ศีรษะกระบือ)เลขที่ ๓ แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ๑๐๑๕๐
โทร ๐๒-๘๙๗-๔๗๘๙ ,๐๒-๔๑๕-๐๕๓๒

วัดหัวกระบือ.คอม  สร้างสรรค์โดย กองงานเลขานุการ วัดหัวกระบือ